
![]() |
|||||||
| เมืองไทย มีพื้นที่ของป่าเขตร้อนที่เต็มไปด้ว
อันกลายมาเป็นเส้นทางธรรมชาติที่จะนำเราไปพบกับน้ำตกใหญ่กลางป่าลึกขุนเขาสูงและป่าดิบสมบูรณ์โดยการล่องแก่งซึ่งเริ่มต้นกันด้วย ตำนานข แต่เนื่องจากมีการใช้ประโยชน์จากไม้ไผ่มากจนเกินความสมดุลโดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นนี้เป็นเหตุให้ป่าไผ่ลดหายไป อย่างน่าวิตกจึงมีการนำเรือยางเข้ามาใช้ทดแทนเป็นวิถีทางท่องเที่ยวใหม่ที่หยุดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสามารถนำทางเข้าถึงธรรมชาติ ได้อย่างใกล้ชิดและปลอดภัยบนเส้นทางล่องแก่งตั้งแต่เหนือจรดใต้ของประเทศ ภูมิศาสตร์ของแก่งน้ำ สายน้ำคือเส้นชีวิตของคนไทยที่ไหลหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมทั้งประเทศและที่มาของสายน้ำนั้นมักจะมาจากป่าดงดิบอันชุ่มชื้นและไหล ลงมาจากภูเขาสูงอันก่อให้เกิดธารน้ำที่ไหลแรงและกัดเซาะหุบเขาให้แคบและลึกไม่มีที่ราบริมฝั่งน้ำให้เห็นมากนักลักษณะหุบเขาในพื้นที่ ต้นน้ำจะเป็นรูปตัววีตามลำน้ำมักจะพบเกาะแก่งขวางอยู่ตามลำน้ำและสายน้ำตกสองฝั่งของธารน้ำมักเป็นหินล้วนๆร่องน้ำแคบและตื้น ระดับน้ำเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและท้องน้ำมีแต่หินและกรวดเนื่องจากตะกอนละเอียดเช่นดินและทรายถูกน้ำพัดพาไปหมด ป่าไม้และพืชพรรณ บนเส้นทางของสายน้ำเชี่ยวที่ไหลผ่านเกาะแก่งลงมาก็คือป่าต้นน้ำอันสมบูรณ์การเดินทางท่องธรรมชาติในรูปแบบของการล่องแก่งจึงเป็น วิถีแห่งสายน้ำที่นอกเหนือจากภูมิประเทศอันงดงามของธารน้ำป่าเขาและสายน้ำตกแล้วยังจะพบกับสภาพธรรมชาติที่น่าสนใจตั้งแต่ พืชพรรณนกแมลงผีเสื้อและปลาสิ่งเหล่านี้คือคุณค่าของการท่องเที่ยวธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม ผืนป่าไม้ที่มักปรากฏอยู่สองฝั่งน้ำมีทั้งป่าเบญจพรรณป่าเต็งรังรวมทั้งป่าดิบชื้นที่เขียวชอุ่มตลอดปีซึ่งจะสังเกตเห็นไม้จำพวกยางไทรตะเคียน สักประดู่ตะแบกหมากและหวายชนิดต่างๆพืชพรรณไม้ที่เด่นสำหรับป่าเมืองไทยคือไม้ไผ่ซึ่งมีอยู่หลายชนิดเช่นไผ่หกไผ่หนาม ไผ่ซางเป็นต้นและบนคาคบไม้จะมีพืชอิงอาศัยเช่นกระเช้าสีดากล้วยไม้ป่าชนิดต่างๆสำหรับบริเวณชายน้ำจะพบกับไม้ริมน้ำเช่น ต้นจิกไคร้น้ำผักกูดส่วนบริเวณริมผาหินปูนที่เป็นธารน้ำตกจะเต็มไปด้วยมอสและตะไคร่น้ำจะมีเฟิร์นก้านดำขึ้นปกคลุม ชีวิตในสายน้ำ ตามสองฝั่งแม่น้ำจะเป็นแหล่งที่นกน้ำหลายชนิดอาศัยหากินอยู่เป็นประจำโดยเฉพาะนกที่ชอบกินปลาและแมลงเช่นนกกระเต็นซึ่งก็มีอย ู่หลายชนิดที่พบในบริเวณต้นน้ำคือนกกระเต็นน้อยธรรมดานกกระเต็นอกขาวนกกระเต็นหัวดำและนกกระเต็นลายขาวดำเป็นต้น นกในลำน้ำที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งคือนกกางเขนน้ำซึ่งมีสีขาวดำหางยาวมักอยู่ตามลำธารต้นน้ำนอกจากนี้ยังอาจจะพบนกเอี้ยงถ้ำนกกระยาง และนกในป่าเบญจพรรณที่ลงมาหากินตามลำน้ำริมฝั่งน้ำโดยทั่วไปจะเต็มไปด้วยแมลงและผีเสื้อมากมายโดยเฉพาะแมลงปอแมงมุมน้ำเป็น สิ่งมีชีวิตที่พบง่ายมากบางแห่งตามหาดทรายจะเป็นที่ดินเค็มทำให้ผีเสื้อลงมาเกาะกันเป็นฝูง ข้อควรปฏิบัติก่อนการเดินทาง ก่อนจะไปล่องแก่งควรเตรียมตัวสำหรับการเดินทางให้เหมาะสมเพื่อให้ได้รับความสนุกสนานความปลอดภัยโดยมีส่งผลกระทบกับธรรมชาต ิและสิ่งแวดล้อมดังต่อไปนี้ 1. พื้นที่ที่จะเดินทางไปส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตป่าต้นน้ำที่ธรรมชาติมีความเปราะบางจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องติดต่อขออนุญาตเดินทางเข้าไป ในพื้นที่ต่างๆให้ถูกต้องเช่นการขออนุญาตต่อกรมป่าไม้หน่วยงานที่ดูแลพื้นที่เหล่านั้นด้วย 2. การล่องแก่งเป็นกิจกรรมประเภทท่องเที่ยวธรรมชาติกึ่งการผจญภัยจำเป็นที่จะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการร่วมกิจกรรมต่างๆ โดยเลือกใช้บริการที่มีการจดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวแล้วเรียบร้อยและตรวจสอบรายการท่องเที่ยวและข้อตกลงต่างๆให้เรียบร้อยเช่น การประกันภัยเครื่องมืออุปกรณ์ที่มีการให้บริการ 3. การเตรียมตัวท่องเที่ยวทางน้ำ ควรเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมเช่นกางเกงขาสั้นและเสื้อผ้าควรใช้ผ้าที่แห้งง่ายรองเท้าแตะที่มีสายรัดจะ ดีมากเพราะต้องเตรียมพร้อมที่จะเปียกน้ำและขึ้นไปเดินบนฝั่งหากมีการเดินป่าระยะทางไกลก็จำเป็นต้องนำรองเท้าผ้าใบไปอีกคู่หนึ่งใน ช่วงฤดูหนาวควรมีเสื้อแจ๊กเกตผ้ากันลมไว้ใส่กันหนาวช่วงที่ล่องแก่งด้วย 4. เสื้อผ้า อุปกรณ์สำหรับแค้มปิ้ง และกล้องถ่ายภาพ และของใช้ต่าง ๆ ควรใส่ถุงพลาสติคหรือถุงกันเปียกให้เรียบร้อย การเตรียมสัมภาระต่างๆนำไปเฉพาะที่จำเป็นจริงๆเพราะพื้นที่ขนสัมภาระจำกัด 5.ในการล่องแก่งควรศึกษาข้อปฏิบัติการพายเรือพยายามมีส่วนร่วมในการเดินทางอย่างดีควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกัปตันเรือ และมัคคุเทศก์ 6. หากมีการรับประทานอาหาร หรือไปประกอบอาหารในป่า ควรเลือกรายการอาหารที่สะดวกง่ายและหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องกระป๋อง ภาชนะประเภทกล่องโฟมขวดน้ำพลาสติคที่ใช้ครั้งเดียวเพื่อลดขยะและมลพิษทุกครั้งที่เก็บแคมป์ควรดูแลความสะอาดพยายามให้พื้นที่ กลับสู่สภาพเดิมให้มากที่สุด หลักการพายเรือล่องแก่ง ลักษณะของสายน้ำและการอ่านสายน้ำ ความแรงของกระแสน้ำจะขึ้นอยู่กับส่วนประกอบต่างๆในธรรมชาติเช่นความลึก (Volume)โดยร่องน้ำยิ่งลึกมากกระแสน้ำก็จะยิ่งไหล แรงมากขึ้นตาม การไหลของน้ำ (Gradient)สามารถแยกได้เป็น 2อย่างคือแก่ง (Rapid)ซึ่งน้ำจะไหลเร็วและแรงมากแอ่ง (Pool)น้ำจะไหลช้า และมีความลึกมากปกติโดยทั่วไปบริเวณต้นแก่งน้ำจะไหลเอื่อยและช้ากว่ากลางแก่งหรือปลายแก่งอีกสิ่งหนึ่งที่ควรรู้และนักล่องแก่งต้องคำนึง ถึงก็คือความเร็วของกระแสน้ำใต้ผิวน้ำและระดับน้ำจะต่างกันโดยช่วงต่ำกว่าผิวน้ำลงไปกระแสน้ำจะค่อยๆลดความเร็วลง สำหรับความลาดเอียงของหินใต้น้ำ (River Bend) จะมีผลต่อความแรงของกระแสน้ำด้วยคือบริเวณที่ลึกน้ำจะไหลแรงกว่าบริเวณ ที่ตื้นและภายใต้กระแสน้ำอาจจะมีหินใต้น้ำที่มองไม่เห็นและเป็นอันตรายไม่น้อยคือต้นไม้หรือกิ่งไม้ที่ล้มขวางน้ำอาจจะส่งผลอันตรายต่อ ลูกเรือหรือตัวเรือได้ ร่องน้ำรูปตัววี (downstream V)สายน้ำจะบีบตัวเข้าหากันเป็นรูปตัววีโดยมีโขดหินสองข้างขวางลำน้ำทำให้เกิดเป็นร่องน้ำระหว่าง หินนั้นควรบังคับหัวเรือให้ตรงตามร่องตัววีนั้นแต่อย่างไรก็ตามนายท้ายเรือจะต้องตัดสินใจในการแก้ไขสถานการณ์ล่วงหน้าอีกครั้งเพราะช่องทาง ที่ดีที่สุดที่เห็นนั้นอาจจะพัดนักผจญแก่งไปกระแทกกับหินก็ได้ ร่องน้ำรูปตัววีคว่ำที่หันมุมแหลมเข้าหาเรานั้นจะเป็นอันตรายมากเรืออาจจะกระแทกกับหินหรือน้ำอาจดูดเข้าไปหาจนทำให้เรือหรือตัวเรา กระแทกกับแก่งหินได้ น้ำวน ในกรณีนี้จะต้องพายเรือออกจากศูนย์กลางของวังน้ำวนให้เร็วที่สุดและกรณีผู้ที่ตกน้ำก็เช่นกันจะต้องพยายามว่ายออกจากศูนย์กลาง ให้เร็วที่สุดโดยไม่ต้องสนใจว่าฝั่งจะอยู่ทางใดและเมื่อหลุดจากวังน้ำวนมาแล้วค่อยว่ายเข้าหาฝั่ง คลื่น (Wave)ในกระแสน้ำที่ไหลแรงและลึกหินใต้น้ำและผิวน้ำจะทำให้เกิดคลื่นน้อยใหญ่แตกต่างกันคลื่นนั้นอาจจะม้วนเป็นวงอย่างแรง ควรพยายามหลีกเลี่ยงเพราะจะทำให้ควบคุมเรือยากเรืออาจจะถูกกระแสน้ำม้วนทำให้พลิกคว่ำได้ น้ำนิ่งหลังแก่ง (Eddy)กระแสน้ำบริเวณหลังแก่งจะเป็นน้ำวนไหลย้อนทิศทางทำให้มีความแรงของน้ำน้อยลงสามารถใช้เป็นจุดพักเรือได้ น้ำม้วนหน้าแก่ง (Hydro)เกิดจากกระแสน้ำที่ตกจากที่สูงน้ำที่ตกลงมาจะม้วนตัวอยู่หน้าแก่งก่อนที่จะไหลต่อไปซึ่งถ้ามีความแรงมากๆ ก็สามารถที่จะพลิกเรือให้คว่ำได้และถ้ากระแสน้ำไหลตกจากที่สูงมากเท่าใดก็จะยิ่งอันตรายมากเท่านั้น ถ้ากรณีที่เรือพลิกคว่ำหลังลงจากที่สูงแล้วผู้ตกน้ำควรจะดำน้ำมุดหนีโพรงน้ำนั้นให้เร็วที่สุดอย่าพยายามขึ้นมาเหนือน้ำเพราะกระแสน้ำจะ ม้วนดูดกลับลงไปอีก การช่วยเหลือตัวเองเมื่อพลัดตกเรือ เมื่อตกไปในน้ำก็ให้พยายามว่ายเข้าหาเรือหรือเข้าฝั่งให้เร็วที่สุดทั้งนี้เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้นจากกระแสน้ำที่พัดพาตัวเราให้ไป ตกอีกแก่งหนึ่งได้ เมื่อตกน้ำให้พยายามลอยตัวให้อยู่เหนือน้ำในลักษณะท่านอนหงายยกขาทั้งสองข้างขึ้นระดับผิวน้ำเสื้อชูชีพจะช่วยพยุงตัวให้ลอย พยายามให้ขาไปข้างหน้าขณะที่ไหลไปตามกระแสน้ำค่อยๆเตะขาอย่างช้าๆเพื่อชะลอความเร็วและป้องกันตัวเองจากการกระแทกกับแก่งหิน ที่สำคัญอย่างยิ่งในการล่องเรือผู้เชี่ยวชาญเน้นที่ความปลอดภัยทุกครั้งโดยเฉพาะอุปกรณ์พื้นฐานเช่นเสื้อชูชีพหมวกกันน็อกเสื้อชูชีพ จะช่วยพยุงตัวเราให้ลอยเหนือน้ำส่วนหมวกกันน็อกนอกจากจะช่วยป้องกันศีรษะกระแทกกับหินแล้วในกรณีตกจากเรือยังช่วยป้องกัน การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุไม้พายของคนข้างหลังตีอีกด้วย การจัดระดับความยากของแก่งตามมาตรฐานสากล ระดับ 1ง่ายมากมีแก่งเล็กน้อย ระดับ 2ธรรมดาน้ำไหลแรงขึ้นมีแก่งที่ต้องใช้เทคนิค ระดับ 3ปานกลางเริ่มมีแก่งน่าตื่นเต้นเทคนิคการพายสูงขึ้น ระดับ 4ยากมีแก่งที่ต้องใช้ทั้งเทคนิคและทักษะในการพาย ระดับ 5ยากมากน้ำไหลเชี่ยวต้องใช้เทคนิคและประสบการณ์การพายสูงและต้องมีความระมัดระวัง ระดับ 6อันตรายไม่เหมาะแก่การล่องแก่ง ล่องแม่กลองทีลอซูจ.ตาก แม่น้ำแม่กลองมีต้นกำเนิดจากลำธารหลายสายบนเทือกเขาสูงในตำบลโมโกรไหลมารวมกันที่บ้านแม่กลองคีซึ่งไหลผ่านอำเภออุ้มผาง จังหวัดตากอันเต็มไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อนสภาพสองฝั่งแม่น้ำช่วงต้นจากอำเภออุ้มผาง-บ้านปะละทะเป็นโตรกผาสูงชันสลับกับป่า เบญจพรรณและป่าดิบแล้งบางตอนเป็นธารน้ำตกไหลมาลงตามผาหินปูนและหน้าผาที่สูงตระหง่านท้าทาย การล่องแม่น้ำ สายน้ำแม่กลองช่วงต้นล่องจากอำเภออุ้มผางส่วนใหญ่จะราบเรียบมีแก่งน้ำเพียงเล็กน้อยในระดับ 1-2ความน่าสนใจของสายน้ำช่วงนี้ คือความงามของสภาพสองฟากฝั่งที่ล่องผ่านน้ำตกทีลอจ่อน้ำตกม่านสายรุ้งบ่อน้ำร้อนแก่งตะโคะบิผาเลือดผาผึ้งผาบ่องและท่าทราย ซึ่งเป็นจุดที่ขึ้นฝั่งไปยังน้ำตกทีลอซูช่วงนี้ใช้เวลาล่องแม่น้ำราว 3-4ชั่วโมงต่อจากนั้นหากล่องลงไปยังบ้านปะละทะจะผ่านแก่งมอแกนโด แก่งกีดสบแม่ละมุ้งซึ่งสามารถขึ้นฝั่งได้เช่นกันที่บ้านปะละทะใช้เวลาล่องแม่น้ำราว 3-4ชั่วโมงการล่องแม่น้ำในช่วงฤดูฝนน้ำไหลเชี่ยวแรง กว่าจะใช้เวลาเร็วกว่ามากการล่องแม่กลองตอนบนสามารถใช้แพไม้ไผ่ได้แต่ในฤดูฝนควรใช้เรือยางเท่านั้น การเดินทาง จากกรุงเทพฯ-อุ้มผางระยะทาง 644กิโลเมตรสามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ-แม่สอดโดยรถโดยสารและเครื่องบินแล้วเดินทางต่อโดยรถท้องถิ่น เข้าอำเภออุ้มผางระยะทาง 164กิโลเมตร (ใช้เวลา 4ชั่วโมง) ล่องแม่กลองทีลอเรจ.ตาก แม่น้ำแม่กลองช่วงล่างจากบ้านปะละทะไปสู่น้ำตกทีลอเรก่อนที่สายน้ำจะไหลลงใต้ผ่านป่าทุ่งใหญ่นเรศวรจังหวัดกาญจนบุรีกลายเป็น แม่น้ำแควใหญ่ซึ่งไหลไปออกแม่น้ำแม่กลองในที่สุดสายน้ำช่วงนี้มีปริมาณน้ำมากขึ้นเส้นทางคดโค้งไปตามแนวภูเขาสูงชันทำให้เต็ม ไปด้วยเกาะแก่งมากขึ้นป่าทึบกว่าสายน้ำตอนบนเนื่องจากสองฝั่งจะไม่มีชุมชนเลยปลายทางเป็นน้ำตกทีลอเรที่ไหลผ่านชะง่อนผา ที่งดงามด้วยมอสเฟิร์นและเถาวัลย์ การล่องแม่น้ำ สภาพสายน้ำช่วงที่ออกจากบ้านปะละทะยังราบเรียบในชั่วโมงต้นๆจึงจะพบกับแก่งใหญ่ซึ่งสายน้ำค่อนข้างเชี่ยวกรากนับแต่แก่งเลเกต ิแก่งบันไดแก่งคนมองซึ่งอยู่ในระดับ 3-4เหมาะสำหรับการใช้เรือยางไม่ควรล่องด้วยแพไม้ไผ่อย่างยิ่ง การเดินทาง จากอำเภออุ้มผางเดินทางโดยรถท้องถิ่นไปเริ่มต้นที่บ้านปะละทะระยะทาง 27กิโลเมตรใช้เวลาล่องราว 6-7ชั่วโมงจะถึงสบห้วยกะชอจิทะ เหนือน้ำตกทีลอเรขากลับจะต้องเดินป่าหรือขี่ช้างกลับใช้เวลาเดินป่าราว 8ชั่วโมงถึงบ้านปะละทะ |
|||||||
| รูปวิวล่องเรือ | |||||||
![]() |
![]() |
||||||