อุ้มผาง
อำเภออุ้มผางเป็น 1ใน8ของจังหวัดตากตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของตอนต้นของแม่น้ำแม่กลองอยู่ทางทิศตะวันตก
เฉียงใต้ของจังหวัดตากห่างจากตัวจังหวัดตากประมาณ 249กม.
อาณาเขต
ทิศเหนือติดต่อกับอ.พบพระจ.ตาก
ทิศใต้ติดต่อกับอ.สังขละบุรีอ.ศรีสวัสดิ์จ.กาญจนบุรี
ทิศตะวันออกติดต่อกับอ.คลองลานอ.คลองขลุงจ.กำแพงเพชรอ.ลาดยาวจ.นครสวรรค์อ.บ้านไร่จ.อุทัยธานี
ทิศตะวันตกติดต่อกับสหภาพเมียนม่าร์
อุ้มผางมีเนื้อที่ทั้งหมด 4325383ตร.กม.หรือ 2703362.5ไร่นับเป็นอำเภอที่มีเนื้อที่มากที่สุดของ
ประเทศไทยมีพรมแดนติดต่อกับประเทศสหภาพเมียนม่าร์ยาว 180กม.อำเภออุ้มผางมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็น
ภูเขาสูงมีป่าไม้หนาแน่นเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำแม่กลองแนวเทือกเขาเหล่านี้คือเทือกเขาถนนธงชัยซึ้งกั้น
เขตแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศสหภาพเมียนม่าร์มีพื้นที่เป็นภูเขาร้อยละ 97มีพื้นที่ราบ
ตามขุนเขาและลุ่มน้ำเพียงร้อยละ 3เท่านั้น
อากาศ
อำเภออุ้มผางมี3ฤดูกาลเช่นเดียวกับสภาพอากาศทั่วไปในภาคเหนือแต่มีสภาพอากาศแตกต่างกันมากในแต่ละฤดู
ฤดูร้อนเริ่มจากมีนาคม-พฤษภาคมอุณหภูมิสูงสุดตั้งแต่ปีพ.ศ.2535วัดได้ 39.2 C (มีนาคม 2535)
ฤดูฝนเริ่มจากมิถุนายน-ตุลาคมอำเภออุ้มผางจัดว่าเป็นอำเภอที่มีฝนตกชุกที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยเพราะมี
ป่าไม้หนาแน่นภูเขาสูงปริมาณน้ำฝนวัดได้สูงสุด 299.2มม.(กรกฎาคม 2535)
ฤดูหนาวเริ่มจากพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์อุณหภูมิต่ำสุดตั้งแต่ 2536ถึงปัจจุบันวัดได้ 2.5 C(ธันวาคม 2536)
ประชากร
อุ้มผางแงการปกครองเป็น 6ตำบล 35หมู่บ้านมีประชากร 21974คน 4994ครอบครัว
อุ้มผางไม่มีโรงงานอุตสหกรรมธุรกิจหรือห้างสรรพสินค้าอาจจะมีเพียงสิค้าหัตถกรรมเช่นการทอผ้าของกะเหรี่ยง
ส่วนมากจะทอไว้ใช้เองประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธมีชาวไทยภูเขาบางส่วนที่นับถือผีมีวัด 5แห่ง
สำนักสงฆ์ 1แห่งโรงเรียนมัธยมศึกษา 1แห่งประถมศึกษา 14แห่งและมีโรงเรียนภายใต้การดำเนินงานของต.ช.ด.
อีก 5แห่งส่วนงานวัฒนธรรมและประเพณีจะเป็นการผสมผสานกันระหว่างไทยกะเหรี่ยงและพม่า
ประวัติ
แล้วเรื่องราวในอดีตที่บันทึกในห้วงคำนึงของปู่ก็ถูกถ่ายทอดออกมาแรกเริ่มเดิมทีอุ้มผางเป็นที่อยู่ของพวกกระเหรี่ยง
ทั้งหมดกระทั่งต่อมาเริ่มมีคนไทยจากเชียงใหม่ลำปางลำพูนแพร่อพยพหาที่ทำกินมาบุกเบิกที่ป่าอุ้มผางพ.ศ. 2432
อุ้มผางขึ้นอยู่กับจังหวัดอุทัยธานีถูกกำหนดให้เป็นเมืองหน้าด่านทางชายแดนตะวันตกเป็นจุดตรวจตราชาวพม่าที่เดิน
ทางเข้ามาค้าขายในราชอาณาจักรมีหน้าที่คอยตรวจเอกสารเดินทางคงจะคล้ายพาสปอร์ตในสมัยนี้เนื่องจากภูม
ิประเทศป่าเขาที่รกทึบเอกสารจึงมักจะนำใส่กระบอกไม้ไผ่ปิดฝาให้มิดชิดป้องกันไม่ให้เอกสารฉีกขาดระหว่างการ
เดินทางที่ยาวนานเป็นเดือนๆเมื่อมาถึงอุ้มผางก็จะเปิดกระบอกไม้ไผ่เพื่อแสดงเอกสารนี้เรียกเป็นภาษากระเหรี่ยง
ว่า “อุ้มผะ”ต่อมาก็เรียกเพี้ยนออกเสียงง่ายๆแบบไทยว่า “อุ้มผาง”กลายเป็นชื่ออำเภอ
ในปัจจุบันพ.ศ. 2469ทางการได้ยุบอำเภอแม่กลองเป็นกิ่งอำเภอแม่กลองและโอนการปกครองจากอุทัยธานีไป
ขึ้นกับกำแพงเพชรในพ.ศ. 2499ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปอยู่ที่บ้านอุ้มผาง (ม.1ต.อุ้มผางในขณะนั้น)พร้อม
เปลี่ยนชื่อเป็นกิ่งอ.อุ้มผาง22เมษายน 2502ทางการได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะจากกิ่งอำเภออุ้มผางเป็น
อำเภออุ้มผางอีกครั้งหนึ่งแต่ยกไปขึ้นกับจ.ตากจนทุกวันนี้ผู้เฒ่าแก่หลายคนเล่าตรงกันว่าสมัยก่อนที่ยังเป็น
อ.แม่กลองขึ้นอยู่กับอุทัยนั้นเวลาจับผู้ร้ายครั้งหนึ่งต้องนำตัวเดินเท้าฝ่าป่าใหญ่ออกไปนำส่งที่อุทัยระหว่างทางมัก
จะถูกชิงตัวคนร้ายเสมอก็เลยเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทางการย้ายการสังกัดของพื้นที่นี้ไปอยู่กับกำแพงเพชรเสียหลายปี
อุ้มผางนี้แปลกจริงทีเดียวครับ….เพราะเป็นอำเภอที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ (มีเนื้อที่ทั้งหมด 4,325.383ตร.กม.
หรือ 2,703,362.5ไร่)มีพรมแดนติดต่อกับประเทศพม่ายาวถึง 180กม.พรมแดนนี้ไปจดอ.สังขละบุรี
จ.กาญจนบุรีโน่นทีเดียวอุ้มผางนับเป็นเจ้าของสถิติอีกอย่างหนึ่งคือแม้จะเป็นอำเภอที่ใหญ่ที่สุดแต่กลับมีพื้นท
ี่ราบเพียง 3 ‘/.เท่านั้นอีก 97’/.เป็นป่าเป็นเขามิน่าล่ะอุ้มผางจึงเป็นเมืองปิดหรือเป็นบ้านป่าเหมือนที่หลายๆคน
พูดแม้ปัจจุบันก็เถอะกว่าจะฝ่าถนนลอยฟ้าร้อยกว่ากิโลเมตรมาถึงอุ้มผางได้ก็ไม่หมูเลยสมัยก่อนใครมาเป็น
ข้าราชการที่อุ้มผางถือว่าดวงตกสุดๆเพราะกิตติศัพท์เรื่องไข้ป่าแรงจนใครได้ยินชื่ออุ้มผางก็สะท้านจนเป็นที่ร่ำลือ
กันว่าพวกข้าราชการคนใดถูกย้ายให้ไปอยู่อุ้มผางบางคนถึงกับลาออกจากหน้าที่การงานไปเลยหรือไม่ก็ต้อง
บอกทางบ้านว่าให้เตรียมไปเก็บกระดูกตัวเองด้วยเพราะคงไม่รอดแน่ๆข้าราชการยุคก่อนจึงเป็นเหมือนตำนาน
อีกบทของอุ้มผาง“เวลาจะไปรับเงินเดือนทีก็ต้องใช้ช้างม้าต่าง-วัวต่างบุกป่าไปเรื่อยๆ 3คืน 4วันน่ะกว่าจะถึง
แม่สอด “ปู่เล่าความยากลำบากก่อนที่จะมีถนนสู่อุ้มผางในอีกหลายปีต่อมาอุ้มผางในเงาอดีตนั้นยังได้สร้างตำนาน
นักสู้นักล่องไพรตัวจริงอีกมากนักอย่างเช่นชาวเหนือที่อพยพมาบุกเบิกอุ้มผางยุคแรกนั้นนอกจากจะทำไร่ทำนาซึ่ง
เป็นการทำเพื่อกินเองไม่ใช่ทำเพื่อขายก็อยู่ตั้งในป่าลึกแบบนี้จะเอาข้าวสารไปขายข้างนอกคงลำบากน่าดูสิ่งที่ทำได
้คือเลี้ยงวัวเลี้ยงควายพอวัวควายโตได้เต็มที่ชาวบ้านจะนัดหมายกันว่าใครมีกี่ตัวจะต้อนมารวมกันและพากันเดิน
ออกจากป่าอุ้มผางไปยังอุทัยธานีซึ่งต้องผ่านป่าห้วยขาแข้งรอนแรมกันถึง 15วันก่อนจะได้ขายควายและคิดดูเถิด
พระคุณท่านเอ๋ย!ว่าขาแข้งน่ะเสือชุมแค่ไหนตกค่ำกลางป่าต้องต้อนวัว-ควายมารวมกันตรงกลางแล้วกระจายคน
เฝ้าล้อมฝูงวัวควายเอาไว้เป็นลักษณะคนล้อมควายอย่างนั้นเลยพอขายได้เสร็จสรรพคราวนี้ก็หาซื้อของให้พอเอา
กลับไปฝากลูกเมียในผืนป่าอุ้มผางและก็เดินเท้ากลับอีก 15วันรวมไป-กลับแต่ละทีก็หนึ่งเดือนเต็มใครเป็นไข้ป่า
กลางทางก็รักษากันด้วยสมุนไพรใครโดนงูเงี้ยวเขี้ยวขอกัดก็ใช้สมุนไพรคนยุคแรกๆในอุ้มผางจึงมีความรู้เรื่อง
สมุนไพรดีแต่วันนี้หมอยาสมุนไพรดูเหมือนจะหาไม่พบเสียแล้วน่าเสียดาย
ตำนานอีกบทหนึ่งที่เกิดขึ้นกับที่นี่ก็คือเหตุการณ์เมื่อราว 70ปีก่อนเป็นเรื่องการทำไม้ด้วยภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง
ป่าไม้หนาแน่นฝนตกชุกมีลำธารหลายสายซึ่งแต่ละสายนี้เป็นต้นน้ำแม่กลองที่ไหลผ่านอุ้มผางที่เรียกว่าแม่น้ำ
แม่กลองที่เราใช้ล่องแพยางนี่ล่ะครับไหลลงทางทิศใต้เข้าสู่จังหวัดกาญจนบุรีเป็นแม่น้ำแควใหญ่บริษัทไม้แห่งหนึ่ง
ได้รับสัมปทานทำไม้สักครั้งนั้นและได้ตัดไม้สักราวหมื่นท่อนล่องมาตามแม่กลองทว่าเกิดอุบัติเหตุไม้ซุงเข้าไป
ติดอยู่ที่ถ้ำน้ำมุดถึงห้าพันท่อนกลายเป็นไม้ซุงติดในถ้ำน้ำมุดก็เลยเลิกทำไปป่าอุ้มผางก็เลยไม่ถูกตัดไม้ไปมากกว่า
นี้นอกจากผู้ทำไม้ปลีกย่อยซึ่งยังมีหลงเหลืออยู่บ้างเมื่อมีป่าก็ย่อมมีสัตว์เพื่อนนักเดินทางของผมเคยเล่าถึงการ
เดินทางราวสิบปีก่อนในป่าอุ้มผางว่าเขาได้พบสัตว์ป่าหลายชนิดและไม่น่าแปลกใจเลยว่าด้วยป่าที่หนาทึบ
ขนาดนี้ทำให้เป็นถิ่นที่อยู่แบบสบายๆของช้างหมีเสือกระทิงเก้งกวางหมูป่า3ชนิดหลังนี้ไม่ต้องพูดถึงมีเยอะ
จนชินตาและแน่นอนทีเดียวว่าคนสมัยก่อนจึงมีอาชีพเสริมอย่างหนึ่งคือการเป็นนายพรานและหาของป่าขาย
แต่เป็นการล่าเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไม่ใช่ล่าเพื่อการค้าเพราะความที่เป็นเมืองที่อยู่ไกลปืนเที่ยงนั่นเองอีกหนึ่ง
ตำนานที่จะลืมไม่ได้ก็คือที่นี่เคยเป็นพื้นที่สีแดง
ในช่วงปีพ.ศ.2500-2512การเดินทางจากแม่สอดจะต้องอาศัยรถจิ๊ปขับเคลื่อนสี่ล้อมาถึงบ้านวาเล่ห์อ.พบพระ
แล้วต้องเดินเท้าผ่านเขตพม่าอีก 32กม.ใช้เวลา 2วัน (สาเหตุที่ต้องเดินเท้าเข้าเขตพม่าเพราะไม่มีเส้นทางเดินเท้า
และทางรถยนต์ในเขตไทย)และใช้ช้างกับเกวียนเทียมวัวขนสัมภาระรวมระยะเวลาการเดินทางมาอ.อุ้มผาง 3วัน
ดังนั้นการเดินทางมาอ.อุ้มผางจึงลำบากมากในช่วงระยะเวลาแรกในพ.ศ.2514พื้นที่อ.อุ้มผางทางพรรค
คอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่ตำบลหนองหลวงตำบลแม่จันทร์ตำบลโมโกและ
ตำบลแม่ละมุ้งแต่มีอยู่ตำบลเดียวคือตำบลอุ้มผางไม่มีการเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยส่วน
เจ้าหน้าที่ของทางรัฐบาลที่รับผิดชอบพื้นที่นี้อยู่ในขณะนี้นั้นคือเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนน.ป.พ.และ
อ.ส.ในอ.อุ้มผางมีการเคลื่อนไหวทางด้านการเมืองมากกว่าการใช้กำลังเข้าสู้รบกันเหมือนกับเขาค้อและต่อมา
เมื่อประมาณต้นปีพ.ศ.2524ทางกองทัพภาคที่ 3โดยการนำของพลโทรวมศักดิ์ชัยโกมินทร์ได้นำ
นโยบาย 66/2523โดยใช้การเมืองนำการทหารเข้ามาตั้งศุนย์อำนวยการรวมพลเรือนตำรวจทหารที่ 2324
โดยมีพ.อ.สุรเชษฎเดชาติวงษ์เป็นผบ.อ.แม่สอดใช้จิตวิทยาด้านการเมืองให้ประชาชนที่หลงผิดเข้ามาร่วมกันเป็น
ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยตั้งแต่นั้นมาประชาชนที่หลงผิดได้เริ่มทยอยกันเข้ามามอบตัวเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเมื่อป
ีพ.ศ.2525รวมทั้งกลุ่มชาวม้งโดยการนำของนายจางเฮ่อ (สหายมงคล)มาจากต.แม่ละมุ้งและกลุ่มกระเหรี่ยง
นำโดยสหายปองหละและสหายขวัญชัย (สหายเลาเย)มาจากตำบลแม่จันทร์รวมมวลชนที่เข้ามอบตัวเป็นผู้ร่วม
พัฒนาชาติไทยทั้งหมดประมาณสองพันกว่าคนในช่วงพ.ศ.2527ทางรัฐบาลได้ยื่นมือเข้ามาสร้าง
ความสัมพันธ์แก่ประชาชนในพื้นที่สร้างความสามัคคีให้แก่ชาวอ.อุ้มผางและตั้งแต่นั้นมาชาวอ.อุ้มผางกลับคืน
ความสงบสุขดั่งเช่นอดีตตั้งแต่นั้นมา
จากอุ้มผางที่เป็นเมืองปิดมานานทางการก็เริ่มตัดถนนเข้าสู่อุ้มผางแน่นอนว่าระยะทางจากแม่สอดถึง
อุ้มผาง 164กม.และจะต้องตัดถนนลอยฟ้าขึ้นเขาลงหุบลัดเลาะไหล่เขาไปอีกกว่าร้อยกิโลเมตรไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ถนนลอยฟ้าเส้นสู่อุ้มผางนี้จึงใช้เวลาตัดยาวนานกว่า 10ปีระหว่างนั้นยังมีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ชุกชุมไม่แพ้
ยุงป่าอยู่ที่สุดแล้วถนนสายนี้ก็แล้วเสร็จเมื่อพ.ศ.2526นับเป็นอีกบทบันทึกหนึ่งที่สำคัญเพราะเหตุว่าในการเวลา
ต่อมาถนนสายนี้นี่แหละได้นำให้อุ้มผางที่เป็นเมืองปิดมานานเริ่มเปิดตัวเองมากขึ้น
แล้วเรื่องราวของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของน้ำตกระฟ้าแห่งหนึ่งก็เป็นที่กล่าวขวัญขึ้นในราวปีพ.ศ. 2530
นายแพทย์บรรลือกองไชยท่านเข้ามารับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผางท่านได้ชักชวนให้นิตยสาร
แมกกาซีนแค้มปิ้ง (ขณะนั้น)เข้ามาถ่ายภาพอันอลังการของสายน้ำขนาดมหึมาออกสู่สายตาผู้คนรวมทั้การค้นพบ
น้ำตกทีลอซูและสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งจากนักเดินทางหลายคนและหลังจากนั้นวิวัฒนาการทาง
การท่องเที่ยวก็เหมือนกับรถยนต์ที่ติดเครื่องเริ่มวิ่งไปข้างหน้าทันทีคนอุ้มผางในปัจจุบันไม่น้อยจังหันมาทำธุรกิจ
ท่องเที่ยวเริ่มจากการใช้แพไม้ไผ่ถ่อเข้าไปในลำน้ำแม่กลองพาคนไปเที่ยวพัฒนารูปแบบมากขึ้นเป็นเรือยางที่
ไม่ต้องตัดไม้ทำลายไผ่รวมทั้งการกระจายรายได้ไปสู่ชาวกระเหรี่ยงที่แต่ก่อนเลี้ยงช้างไว้เพื่อนำพืชผลที่ปลูกออก
ไปขายก็กลายมาเป็นช้างที่รับบรรทุกสัมภาระให้นักท่องเที่ยวคุณๆเชื่อไหมว่าเดี่ยวนี้หมู่บ้านปะหละทะทางเข้า
น้ำตกทีลอเลก็มีรีสอร์ทของกระเหรี่ยงแล้วนะครับอย่างไรก็ดีทางหน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแลการท่องเที่ยวคือ
ท.ท.ท.ได้เข้ามาอบรมให้ความรู้แก่ชาวบ้านที่ทำธุรกิจนำเที่ยวโดยเน้นการรักษาธรรมชาติไว้และให้คำแนะนำ
เรื่องการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ธรรมชาติ( ECO TOURISM )เพราะอุ้มผางกลายเป็นที่ใฝ่ฝันของ
นักท่องเที่ยวเสียแล้วไม่ว่าจะคนไทยจากทุกภาคหรือกระทั่งนักท่องเที่ยวจากแดนไกลที่สีผมและดวงตา
ไม่เหมือนเราต่างก็มาอุ้มผางเพื่อจุดหมายเดียวกันอุ้มผางวันนี้จึงน่ามหัศจรรย์สมกับถ้อยคำ
ที่ว่าอะเมซิ่งอุ้มผาง
ข้อควรปฏิบัติในการเดินทางท่องเที่ยวอุ้มผาง
อุ้มผางเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแหล่งธรรมชาติสวยงามสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าซึ่งมีความ
เปราะบางต่อการถูกทำลายลักษณะการเดินทางท่องเที่ยวในอุ้มผางมีลักษณะเป็นการท่องเที่ยวแบบผจญภัย
สมบุกสมบันซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่นักท่องเที่ยวจะต้องช่วยกันตระหนักและรักษาสภาพแวดล้อมของ
แหล่งธรรมชาติแห่งนี้ไว้ด้วยความรับผิดชอบการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกรมป่าไม้อำเภออุ้มผางและ
ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์อุ้มผางจึงขอแจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบถึงข้อปฏิบัติในการเดินทาง
ท่องเที่ยวในเขตอำเภออุ้มผางดังต่อไปนี้
1.การเดินทางไปท่องเที่ยวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางหรือน้ำตกทีลอซู
1.1.1เส้นทางรถยนต์จากอำเภออุ้มผางไปเส้นทางสายห้วยหนองหลวงจะถึงทางเข้าน้ำตกทีลอซูจะต้องทำการ
ขออนุญาตที่หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยหนองหลวงก่อนจะผ่านเข้าไปท่องเที่ยวหรือพักแรมสภาพเส้นทางเข้าน้ำตกทีลอซ
ูมีระยะทาง 27กม.เป็นทางลำลองใช้การได้เฉพาะฤดูแล้งไม่อนุญาตให้นำรถเก๋งหรือรถตู้เข้าน้ำตกทีลอซูเพราะ
ถนนเป็นร่องลึกและสมบุกสมบันอย่างยิ่ง
1.1.2เส้นทางแม่น้ำล่องไปตามลำน้ำแม่กลองใช้เวลาราวๆ 3-4ชั่วโมงไปขึ้นที่ผาเลือดหรือท่าทรายสามารถ
เดินทางต่อโดยรถยนต์หรือทางเท้าก็ได้การล่องแม่น้ำก่อนลงเรือหรือแพไปควรตรวจสอบว่าผู้พายเรือหรือถ่อแพ
ของท่านเป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนกับชมรมส่งเสิมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์อุ้มผางหรือไม่เพื่อความปลอดภัยของชีวิต
และทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวโปรดงดใช้บริการของไกด์เถื่อนและเด็กที่ยังบรรลุนิติภาวะตลอดจนผู้ประกอบการ
ที่ผิดกฎหมายที่ยังมิได้จดทะเบียนธุรกิจนำท่องเที่ยวมิฉะนั้นจะเป็นการสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายธุรกิจ
ท่องเที่ยวระหว่างเดินทางล่องแม่น้ำโปรดสวมชูชีพตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
2.ระเบียบการเดินทางเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
2.1ก่อนเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางจะต้องขออนุญาตโดยใช้แบบสป.7กรมป่าไม้สงวนสิทธิ์ที่จะอนุญาต
หรือไม่อนุญาตก็ได้
2.2ไม่นำอาวุธหรือเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์เข้าไปในเขตรักษาพัรธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
2.3ไม่นำวัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงประทัดยาพิษยาเบื่อเมาหรือสิ่งอื่นที่อาจเป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าเข้าไปใน
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
2.4ไม่กระทำการใดๆอันจะทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้
2.5ไม่ส่งเสียงดังอื้อฉาวหรือกระทำการใดๆให้สัตว์ป่าตื่นตกใจ
2.6ต้องพักแรมและกางเต้นท์ตามบริเวณที่เจ้าหน้าที่อนุญาต
2.7ไม่ปิดประกาศโฆษณาหรือข้อความใดๆไว้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
2.8เดินทางเข้า-ออกและเดินทางท่องเที่ยวตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนด
2.9ห้ามเดินทางเข้า-ออกในเวลากลางคืน (ตั้งแต่ 18.30-06.00น.)
2.10นักท่องเที่ยวที่ค้างแรมและเข้าชมน้ำตกทีลอซูให้ออกจากน้ำตกทีลอซูภายใน 17.00น.
3.มาตราการพิทักษ์การท่องเที่ยวอุ้มผาง
3.1ต้องเป็นบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ที่จดทะเบียนถูกต้องตามพ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์พ.ศ.2535
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเองควรมีมัคคุเทศก์ที่ถูกต้องตามกฎร่วมเดินทางไปด้วย
3.2ต้องผ่านการประทับลงตราสป.7จากหน่วยเฉพาะกิจตำรวจท่องเที่ยวแม่สอดหรือสภ.อ.อุ้มผาง
3.3ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบในข้อ 3.1และ3.2จะไม่ได้รับการอนุญาตให้ไปเข้าชมน้ำตกทีลอซู
3.4เพื่อความเหมาะสมของพื้นที่ส่วนบริการนักท่องเที่ยวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากับความสามารถในการรองรับ
ที่จะไม่เป็นการรบกวนธรรมชาติจนเกินไปขอกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปพักแรมในเขตฯจำนวน
คืนละ 300คนสำหรับการเดินทางเข้าไปเช้า-เย็นกลับอนุญาตเข้า-ออกในเส้นทางธรรมชาติตามความเหมาะสม
โดยที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้เป็นผู้ควบคุมดูแล
3.5เพื่อรักษาความสะอาดในเขตฯห้ามทิ้งเศษขยะและสัมภาระทิ้งไว้ในเขตฯเมื่อนำขวดน้ำพลาสติกโฟม
กระป๋องฯลฯโปรดนำออกจากพื้นที่เขตฯทั้งหมดห้ามทิ้งไว้โดยเด็ดขาด
3.6เพื่อบำรุงรักษาห้องสุขาซ่อมแซมเส้นทางรถยนต์และการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมขอความร่วมมือใน
การบริจาคเงินค่าบำรุงสำหรับนักท่องเที่ยวคนละ 10บาท
3.7เพื่อเป็นการประสานงานในการรักษาความปลอดภัยและควบคุมมิให้เกิดการเอาเปรียบและขูดรีตนักท่องเที่ยว
จะจัดให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวต.ช.ด.และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรคอยดูแลรักษาความเรียบร้อยโดยมี
ศูนย์ประสานงานที่สภ.ออุ้มผางและมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่ท่าแพอุ้มผางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
3.8เพื่อเป็นการระบายความแออัดในการค้างแรมในเขตฯขอให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้จองที่พักแรมมาล่วงหน้ามา
ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์ประสานงานสภ.ออุ้มผางเพื่อพักแรมในอำเภออุ้มผางและเดินทาง
ไปเช้า –เย็นกลับสู่น้ำตกทีลอซู
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวระดับการล่องแก่ง
น้ำตกทีลอซูaaaaaการล่องแก่งได้ตลอดปีaaaaaaaaระดับ 2 - 3
น้ำตกทีลอเลูaaaaaการล่องแก่งได้ตลอดปีaaaaaaaaระดับ 3 - 5
น้ำแม่ละเมาaaaaaการล่องแก่งได้ตลอดปีaaaaaaaaระดับ 1 - 2
น้ำแม่เงาaaaaaaaการล่องแก่งมิ.ย.-ก.พ.aaaaaaaaระดับ 3
แม่น้ำเมยaaฟaaaการล่องแก่งได้ตลอดปีaaaaaaaaaaระดับ 2 - 3
แม่น้ำปิงaaฟฟaaaการล่องแก่งได้ตลอดปีaaaaaaaaaaระดับ 2 - 3
แม่น้ำสาละวินaaaaการล่องแก่งได้ตลอดปีaaaaaaasaระดับ 2 - 3
การจัดระดับการล่องเรือยางตามมาตราฐานสากล
ระดับ 1ง่ายมากมีแก่งเล็กน้อย
ระดับ 2ธรรมดาน้ำไหลแรงขึ้นมีแก่งที่ต้องใช้เทคนิคการพายเบื้องต้น
ระดับ 3ปานกลางเริ่มต้นมีแก่งที่น่าตื่นเต้นเทคนิคการพายสูงขึ้น
ระดับ 4ยากมีแก่งที่ต้องใช้ทั้งเทคนิคและทักษะในการพาย
ระดับ 5ยากมากน้ำไหลเชี่ยวต้องใช้เทคนิคและประสบการณ์การพายสูงต้องระมัดระวัง
ระดับ 6อันตรายไม่เหมาะกับการล่องแก่ง
|